ISamAREmag.com

THIRD CLASS CINEMA 019

Posted by: isamaremag on: มีนาคม 2, 2010

THIRD CLASS CITIZEN presents
THIRD CLASS CINEMA 019 : NOW COMING,SHOWING SOON
ในโอกาสที่มาลองฉายกับสถานที่ใหม่ THIRD CLASS CITIZEN จึงขอเชิญท่านดูหนังใหม่-สด-ซิง ของผู้กำกับรุ่นใหม่หลายเรื่อง ดังนี้
1. ฉายวันนี้ โดย กฤศกร (นิติพงศ์) ถิ่นทัพไทย(21 นาที)
เราอาจคุ้นชื่อนิติพงศ์ในฐานะทีมงานเจ้าประจำของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล แต่เขาก็กำกับหนังสั้นมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ‘โอกาส’ ที่ถ่ายผู้คนที่ท้องสนามหลวงหลังทักษิณชนะการเลือกตั้ง หรือ ‘กระสอบ’ หนังทดลองที่สะท้อนภาพสังคมไทยในยุคหลัง 19 กันยา ส่วนเรื่อง ‘ฉายวันนี้’ ว่าด้วยวันหนึ่งที่หนังกลางแปลงมาเยือนหมู่บ้านเล็กๆพร้อมๆกับเด็กฮาร์ดคอร์มากมาย การกำกับของนิติพงศ์นั้นอยู่ในระดับที่ทำให้เรางงว่า นี่พี่กำกับไอ้แก๊งเด็กพวกนี้ได้ไงเนี่ย
2. รอลม โดย ตุลพบ แสนเจริญ ( 19 นาที)
เมื่อพูดถึงตุลพบ คำที่จะตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ หนังทดลอง หนังเด่นของเขาคือ The Return ที่สมมติตัวเองเป็นพ่อผู้จากไปกลับมาเยี่ยมลูกชาย และ ‘เรื่องเล่าสระว่ายน้ำ’ ที่ว่าด้วยการเกิดแก่เจ็บตาย …‘รอลม’ เป็นโปรเจ็คต์จบของเขาสำหรับการศึกษาที่ The Art Institute of Chicago นี่เป็นครั้งที่ตุลพบทำหนังที่เขาว่า ‘ลองเล่าเรื่อง’ ดู หนังถ่ายโดยฟิล์ม 16 มม. (ทุ่มทุนมาก) และยังได้ผู้กำกับแฝดสาว วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ มารับบทนำด้วย
3. It’s hard to say how I love you, Captain Hook. โดย ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล (10 นาที)
ณพรรธน์สร้างชื่อจากการทำหนังคัลต์หลุดโลก อย่างเรื่อง ‘หนังและกรรไกรในวันที่ 4 เมษา’ หนังเลือดสาดที่จิกกัดระบบเซ็นเซอร์อย่างแสบทรวง ต่อมาเขาหันเหไปพูดความสัมพันธ์อันเย็นชาใน Seduction Lullaby และ หนังเรื่องล่าสุดนี้ก็คือการคลี่คลายอีกขั้นหนึ่งของณพรรธน์ หนังเล่าถึงลูกชายที่เป็นง่อยกับผู้เป็นแม่ ความเก๋คือ ผู้กำกับให้แม่ตัวเองมาเล่นและคุณแม่ได้มอบการแสดงระดับที่คาดว่าจะมีผู้ กำกับคนอื่นๆชวนไปเล่นหนังอีกแน่นอน
4. นางไม้กับวัวหนึ่งตัว โดย ดนัย หยกทับทิม (20 นาที)
สารดคีฝีมือลูกสำนัก ขาขาดฟิล์มในชื่อ ดนัย หยกทับทิม ที่จับมือกับสันติ แต้พานิช เจ้าสำนัก นั่งลงคุยกับเป็นเอก รัตนเรืองอีกครั้งว่าด้วยเรื่องเด็กๆรุ่นใหม่ที่อยากทำหนัง หลายคนอาจคิดว่า ‘เป็นเอกอีกแล้ว’ แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าทุกครั้งที่ได้ฟังเป็นเอกสนทนา เราก็มักจะบอกในใจว่า ‘อีกแล้ว ก็ได้วะ สนุกดี’
5. CENSORED โดย ก้อง พาหุรักษ์ (15 นาที)
เราคงเคยได้ยินนักเรียนหนังจากอเมริกา อังกฤษ มาบ่อยแล้ว แต่เราเคยเห็นผลงานนักเรียนหนังไทยจากญี่ปุ่นหรือยัง หนังน่ารักน่าชังจากฝีมือของ ก้อง พาหุรักษ์ ชายหนุ่มที่พลิกผันหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรียนจบคณะโบราณคดี ศิลปากร, หาเลี้ยงชีพด้ยการแปลนวนิยายและนิตยสารคอมพิวเตอร์, เป็นช่างภาพให้หนังสือเครืออมรินทร์, ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่องอิงมาร์ เบิร์กแมน ปัจจุบันนี้เขากำลังเรียนปริญญาโทสาขาภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น โดยนี่เป็นหนังที่เขากำกับ เขียนบท ถ่ายภาพและตัดต่อเองทั้งหมด
(ปล. วาซดะเป็นมหาวิทยาลัยด้านภาพยนตร์ที่โด่งดังทีเดียวมั้ง ตัวอย่างคนที่จบจากที่นี่คือ โชเอ อิมามุระ มาซากิ โคบายาชิ, ฮิโรคาซุ โคริเอดะ
เป็นต้น)
THIRD CLASS CINEMA 019 : NOW COMING,SHOWING SOON
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 19.00 เป็นต้นไป
ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)
หลังฉายหนังจบ เชิญพูดคุยกับเจ้าของหนังทุกเรื่อง
งานนี้ … ก็ฟรีนะครับ แต่ว่า … เอ่อ คือว่า
ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะมีการตั้งกล่องรับบริจาคหลังฉายหนังเสร็จครับ เนื่องจากทางการไฟฟ้านครหลวงแจ้งมากับทางเราว่า การใช้ไฟฟ้านั้นโดยปกติแล้วต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งที่ผ่านมาเนี่ย พวกเราไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ 555
ดังนั้นครั้งนี้พวกเราจึงจะตั้งกล่องใบน้อยๆไว้รับบริจาคครับ ทุกท่านสามารถให้ได้ตามศรัทธา เอาเป็นว่าถ้าดูหนังครั้งนี้แล้วชอบ ก็ค่อยใส่กล่องก็ได้ครับ
รายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับเจ้าของสถานที่ที่เราไปฉายครับ โดยไม่เข้ากระเป๋าพวกเราแม้แต่บาทเดียว เพราะพวกเราคือองค์ไม่แสวงหากำไรครับ (แสวงหาการขาดทุนอย่างเดียว 55)
เราคิดว่า 2 ปีที่เราฉายกันมา จะยังคงได้รับการสนับสนุนต่อไปจากผู้ชมคนดูทุกคนนะครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม http://thirdclasscitizen.exteen.com
สอบถาม โทร 089-685-5253
สนับสนุนโดย มูลนิธิหนังไทย และ หอศิลป์ กทม.

สนับสนุนโดย มูลนิธิหนังไทย และ หอศิลป์ กทม.

Ignite Bangkok

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 25, 2010

เชิญร่วมงาน Ignite Bangkok ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนจากหลายวงการนำเสนอความคิดที่สร้างสรรค์ ไอเดียใหม่ๆ หรือเล่าเรื่องราวที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ฟังในรูปแบบต่างๆ ตามที่ตนถนัด
เวลา 3 – 4 มีนาคม 2553 | 18.00 – 20.00 น.
สถานที่ ห้องออดิทอเรียม TCDC

Ignite เป็นงานระดับโลกที่จัดขึ้นโดย O’Reilly Media, Inc. โดยให้ผู้คนจากหลากหลายวงการมานำเสนอความคิดที่สร้างสรรค์ จุดประกายไอเดียใหม่ๆ หรือเล่าเรื่องราวที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ฟัง ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบต่างๆ ที่ตามแต่ละคนถนัด  ในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ซึ่งงานนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Pecha Kucha Nights

First time in Thailand, Ignite Bangkok
Ignite ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2006 ที่ Seattle ประเทศสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้น ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีการจัดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยในปีนี้จะมีการจัดงาน Global Ignite Week พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 1-5 มีนาคม ใน 60 กว่าเเมืองทั่วโลก  มี Igniters จำนวนมากกว่า 10,000 คนมาเล่าเรื่องราวต่างๆ และประเทศไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยด้วย
ในงาน Igniter (วิทยากร) แต่ละท่านจะมีเวลาพูดคนละ 5 นาที ผ่านสไลด์ 20 แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะเปลี่ยนภายในเวลา 15 วินาที

ติดตาม Igniter ที่จะมาในงานนี้และหัวข้อในการเล่าเรื่อง รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ http://www.ignitebangkok.com/

St. Marks 1986-2006.

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 25, 2010

20 years of love and friendships.
A solo exhibition by Jesper Haynes.
NOSPACE Gallery . March 4-March 21, 2010.

During twenty years, Jesper Haynes had a very open home on 90 St Marks place in New York’s East Village.
His friends, their friends, roommates, lovers, people left over from parties and others that nobody knows how they got there, formed the basis for Jesper’s photographs.
Zonked out, sometimes spaced out, living life on the edge the cast of characters that populated Jesper’s life stare out from his images laughing, leaping and posing – testimony to deep friendships and a desire to refuse the mundane.
Jesper’s images, all of which were shot in his apartment, are infused with a rare creative energy: at once raw, sexy, joyful, zany and highly personal.

For more information please feel free to contact NOSPACE Gallery 21/108 Block D, Royal City Avenue (RCA) Bangkok Thailand 10320  02-6414040 info@nospacebkk.com  www.nospacebkk.comJesper Haynes 089-774 6535  jesperhaynes@hotmail.com

Opening reception Saturday March 4, 2010, 8PM
About the Artist:

American/Swedish photographer Jesper Haynes was born in Edinburgh, Scotland in 1962.After moving to New York in 1982 Jesper worked for fine art photographer Ralph Gibson as a printer for five years, while also photographing for various international magazines.Jesper has since established himself as a one of a kind artist documenting his unique lifestyle through photography.His photographs are part of the permanent collection at the Museum of Modern Art in Stockholm, Sweden.He shares his time between New York (where he is based), Bangkok, Stockholm and Tokyo.

PANDA SHOWCASE 2010

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 25, 2010

PANDA SHOWCASE 2010 (MUSIC EVENT)
27 February 2010

PANDA SHOWCASE 2010

27 February 2010

8PM – 1AM

@ Nospace

Ticket 100B

Handicat / Electro Pop

myspace.com/handyhandicat

Sonicscape Orchestra / Experimental

myspace.com/sonicscapeorchestraband

Bear-Garden / Indie

myspace.com/beargardenroom

Kraffa / Ambient

myspace.com/kraffasound

Rajahsri I / Dub

myspace.com/rajahsiei

Chladni Chandi / Indian Music

myspace.com/chladnichandi

Nospace Gallery

21/108 Block D, Royal City Avenue (RCA)

Bangkok Thailand 10320

02-6414040

info@nospacebkk.com

www.nospacebkk.com

Panda Records

www.pandarecords.com

Double O Seth “Goldscissors”, new show in March ‘10 by Sethapong Povatong

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 23, 2010

Double O Seth “Goldscissors”
นิทรรศการเดี่ยวโดย เศรษฐพงศ์ โพวาทอง
1 – 31 มีนาคม 2553
งานเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 19.00น. เป็นต้นไป ที่แกลเลอรี่

อาร์ตกอริลล่าส์ อาร์ตแกลเลอรี่ภูมิใจเสนอนิทรรศการศิลปะ Double O Seth “Goldscissors” นิทรรศการเดี่ยวโดย เศรษฐพงศ์ โพวาทอง ศิลปินคอลลาจมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้เป็นผลงานใหม่ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนหลาย สิบชิ้น

เศรษฐพงศ์ โพวาทอง ศิษย์เก่าครุอาร์ท จุฬาฯ, Central St. Martins และ Chelsea College of Art & Design คือนักคอลลาจตัวจริงผู้มีพื้นฐานมาจากงานออก แบบภาพประกอบ และนิตยสาร แม้ว่า 12 ปีที่ผ่านมา เขาจะทำงานบรรณาธิการนิตยสารเป็นอาชีพหลักก็ตาม (Katch, Mono, ARENA, FHM) แต่ก็ยังใช้เวลาว่างสร้างงานคอลลาจออกมาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา

Perfect Dreams ผลงานรวมเล่มของเขาซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ a book เมื่อปี 2005 ได้ถูกนิตยสาร Dazed & Confused Japan เลือกให้เป็น 1 ใน 100 Inspiration Artist Books จากรอบ 40 ปี (1968-2008) อีกด้วย

เขาชื่นชอบงาน Pop art หลงใหลในเสน่ห์ของความ kitsch และสไตล์ของภาพเขียนเก่า นั่นคือที่มาของการนำภาพจากหลากยุคสมัยต่างสไตล์มาผสมผสานกันเป็นเรื่องราว ใหม่ ในงานคอลลาจที่ดูสนุกสนานตื่นเต้น สอดแทรกอารมณ์ขันแบบตลกร้ายและการเสียดสีอยู่ในภาพสีสันสดใส มากด้วยรายละเอียดอันประณีตงดงามซับซ้อน ปกคลุมด้วยความรู้สึกเหมือนจริงจากการใช้ภาพต่างๆจากหลากหลายยุคสมัยให้มา อยู่ร่วมกันได้จนแทบแยกไม่ออกระหว่างภาพแห่งความจริงกับความฝัน

เขาเคยแสดงผลงานคอลลาจมาแล้วเรียนหน้านี้ 3 ครั้ง นิทรรศการกลุ่ม: From College to Collage (ต.ค. 2008 หอศิลป์ กทม.), From Happy College to Monday Collage (พ.ค.-ส.ค. 2009 Happy Monday Pub & Restaurant) และนิทรรศการเดี่ยว: Collage Commando (ต.ค.2009 หอศิลป์ กทม.)

นิทรรศการครั้งใหม่ Double O Seth “Goldscissors” ที่อาร์ตกอริลล่าส์ อาร์ตแกลเลอรี่นี้คือการรวบรวมผลงานคอลลาจใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อนหลายสิบชิ้นมาให้ชม คนรักงาน Pop Art หรืออยากชมคอลลาจมันส์ๆ โดยศิลปินคอลลาจมือวางมือดีผู้นี้ไม่ควรพลาด!

สามารถชมผลงานของศิลปินมากความสามารถผู้นี้ได้ที่ www.portfolios.net/photo/albums/double-o-seths-collage

สอบถามข้อมูลเพ่ิมเติม กรุณาติดต่อแกลเลอรี่

Analyze music workshop กับสองกูรู เสาร์ 13 มี.ค.นี้

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 23, 2010

เวิคช้อบดนตรีในบรรยากาศสบายๆ พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทางดนตรีกับสองกูรูที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี

- เรียนรู้วิธีการทำดนตรีแบบ Panda Record กับ ป้อก สไตลิส นอนเซนซ์
- แรงบัลดาลใจและมุมมองในการทำเพลง กับ ตุล อพารท์เมนท์ คุณป้า

เจอกันวันเสาร์ที่ 13 มีนาคมนี้ ที่ ArtGorillas ArtGallery ชั้น 2 ลิโด สยามแสควร์​ ซ.3 (งานนี้รับจำนวนจำกัดนะครับ)
สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง 08 5120 1686

delicate presents
“Analyze” Music Workshop
13.03.10 @ ArtGorillas

Lecturers
Tul Apartment khunpa
Pok Stylish Nonsense

Place : ArtGorillas
Date : Sat 13.03.10
Time : 13.00 – 17.00
Fee : 150 THB

: : info : :
http://www.dontcan.com
http://www.myspace.com/delicateth
T :: 08 5120 1686

Melancholic

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 22, 2010

Artist:

Nuratna Hawae

Date:

January 23, 2010 – March 21, 2010

Gallery:

Rose Garden Gallery

Fear discourages a human’s need to stay alive. Fear is also the feeling slowly eats up the human’s mind every single minute. The chronic violence appeared in the south of Thailand causes the same kind of fear. It hurts and harms people in the society, keeping them away from happiness, especially children who have been completely affected by the situation. Nuratna Hawae is the upcoming Muslim artist from Pattanee whose semi-abstract woodcuts in the “Melancholic” exhibition convey the idea of atrocity that is taking its toll on the children’s mind. The cracks crossing over the playthings depict schism in the society which in turn putting the seed of sadness in their hearts. Liveliness and laughter are replaced by sullen color and sorrowful ambiance. Either Buddhists or Muslims, they are all victimized by the wicked excuse about the differences in religion. Southerners nowadays are like living in a nightmare because there is no safety even in their playground.

ความหวาดกลัวนั้นลดทอนกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ เป็นความรู้สึกที่ค่อยๆ กัดกร่อนจิตใจทุกขณะ ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเรื้อรังในภาคใต้ก็เช่นกัน ได้เข้าไปทำร้ายและทำลายความสุขของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกลัวนั้นได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของเด็กๆ ที่บอบบาง
นุรัตนา หะแว ศิลปินมุสลิมรุ่นใหม่จากปัตตานี ได้ถ่ายทอดความรู้สึกอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ผ่านผลงานภาพพิมพ์กึ่งนามธรรมที่มีชื่อว่า “ใต้สภาวะใต้” รอยร้าวที่พาดผ่านรูปทรงของเครื่องเล่นต่างๆในผลงาน ราวกับความแตกแยกของสังคม ซ้ำร้ายกลับฝังร่องรอยแห่งความทุกข์ลงบนหัวใจของเด็กๆ ที่ไม่อาจเล่นให้สนุกได้อีก บรรยากาศอันสดใสและเสียงหัวเราะที่ควรมี ถูกแทนที่ด้วยความหม่นหมอง และสีที่อึมครึม ไม่ว่าจะพุทธหรือมุสลิมก็ล้วนเป็นผู้ถูกกระทำจากการอ้างเพียงความแตกต่างทาง ความเชื่ออย่างไร้ความชอบธรรม ใต้สภาวะใต้ทุกวันนี้ จึงคล้ายกับอยู่ในฝันร้าย เพราะแม้แต่สนามเด็กเล่นก็ไร้ซึ่งความปลอดภัยอีกต่อไป

“In the house by the canal”

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 22, 2010


“In the house by the canal” is the series of B&W portraits and videos by and under the direction of Michael Showanasai. The event was captured during late spring and early summer of 2009 during the time in the islands city on the Adriatic Sea. A group of Thailand?s leading artists in candid moments as their trip is winding down towards the end. “ It was a mixtures of blessings and curses, things were changing by minutes.” said Shaowanasai. “We have learnt a lot about one another, who is real and who is not.” he adds. The backdrop was indeed the ever famous 53rd Venice Binale, the dream arena for numbers of artists and curators. ”Some told me…

- exhibit runs: feb.05.10 to mar.07.10

whitesp ce g llery

Room #260, 2nd Floor, Lido Bldg.
Siam Square Soi 3, Rama 1 Rd.
Pathumwan, Bkk 10330. Thailand

เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2010

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 22, 2010

เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2010
Emerging Japanese Female Directors

เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ร่วมกับ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยได้รับความร่วมมือจาก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ภูมิใจเสนอ “เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2010 – Emerging Japanese Female Directors” ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 4 – วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ที่โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน

คนรักภาพยนตร์ญี่ปุ่นไม่ควรพลาดโอกาสชมผลงานชิ้นเยี่ยมๆ ของผู้กำกับภาพยนตร์หญิงยุคใหม่ ซึ่งมีทั้งเรื่องราวดราม่าหนักๆ จนถึงเรื่องตลก (ออกจะร้าย) เธอเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นผู้กำกับในดวงใจของใครต่อใครหลายคนเหมือนผู้กำกับ คุโรซาวะ โอสุ หรือ มิโซงุจิ ภาพยนตร์ที่มาฉายในเทศกาลครั้งนี้ส่วนใหญ่ได้รับรางวัลจากเวทีทั้งในและนอกประเทศ

พิเศษสำหรับปีนี้คือ พูดคุยกับผู้กำกับในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยผู้กำกับ ซาโตโกะ โยโกฮามะ ผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่ไฟแรงคนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นจะมาพูดคุยกับผู้ชมเกี่ยวกับภาพยนตร์ของเธอ

ผู้สนใจเข้าชมสามารถรับบัตรได้ ฟรี โดยรับที่โต๊ะประชาสัมพันธ์หน้างาน 1 ใบต่อ 1 ท่าน 1 ชั่วโมงก่อนการฉายรอบนั้นๆ

ระยะเวลาเทศกาล
วันพฤหัสบดี ที่ 4 – วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม 2553
โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน
(พิธีเปิดเริ่มตั้งแต่ 19.30 น. วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม 2553)

ตารางการฉาย

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม: รอบเปิด
20.00 “Sway” (2006)
กำกับการแสดงโดย มิวะ นิชิคาวะ (120 นาที)
ศุกร์ที่ 5 มีนาคม: ฉายภาพยนตร์ และ พูดคุยกับผู้กำกับ ซาโตโกะ โยโกฮามะ
16.00 “Glasses” (2007)
กำกับการแสดงโดย นาโอโกะ โองิงามิ (106 นาที)
19.00 “German plus Rain” (2007)
กำกับการแสดงโดย ซาโตโกะ โยโกฮามะ (71 นาที)
*หลังภาพยนตร์จบจะมีการพูดคุยกับผู้กำกับ ซาโตโกะ โยโกฮามะ
เสาร์ที่ 6 มีนาคม:
11.00 “The Cat Leaves Home” (2004)
กำกับการแสดงโดย นามิ อิงุจิ (94 นาที)
16.00 “One Million Yen Girl” (2008)
กำกับการแสดงโดย ยูกิ ทานาดะ (121นาที)
อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม:
11.00 “The Mourning Forest” (2007)
กำกับการแสดงโดย นาโอมิ คาวาเสะ (97 นาที)
16.00 “Dear Doctor” (2009)
กำกับการแสดงโดย มิวะ นิชิคาวะ (127นาที)

ประวัติย่อ ผู้กำกับ
ซาโตโกะ โยโกฮามะ
เกิดปี 1978 ที่จังหวัดอาโอโมริ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโยโกฮามะ หลังจากทำงานเป็นพนักงานบริษัทประมาณหนึ่งปี เธอเข้าศึกษาต่อที่ Film School of Tokyo เพื่อสานต่อความฝันการเป็นคนทำหนัง จบการศึกษาในปี 2004 และภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Chiemi and Kokkunpatcho” ที่เธอทำในช่วงปีสุดท้ายของการเรียนได้รับรางวัล Best Film Award จากสาขาประชาชนทั่วไปของเทศกาลหนังอิสระ Cineastes Organization Osaka EX (CO2) ในปี 2006 และจากทุนที่ได้รับจากเทศกาลนั้น เธอทำภาพยนตร์เรื่อง “German plus Rain” ด้วยตนเอง ซึ่งได้รับรางวัล Grand Prix จากเทศกาลเดียวกันในปีต่อมา และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอที่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ หลังจากนั้น เรื่อง “German plus Rain” ก็ได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลหนังนานาชาติหลายเวที เช่น Vancouver, Rotterdam และ London
โยโกฮามะถือได้ว่าเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ภาพยนตร์เรื่องที่สองของเธอ Bare Essence of Life (“Urutora mirakuru rabu sutorii,” 2009) ได้รับเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้นจากผู้ชมทั้งในประเทศ และจากเวทีประกวดหนังสากล

Wild and Whimsical

Posted by: isamaremag on: กุมภาพันธ์ 22, 2010

(Jan. 28 – Mar. 10)

LaLanta

245/14 Sukhumvit soi 31
Klongtan Nua, Wattana,
Bangkok 10110
Thailand

Elizabeth Romhild’s latest work in sculpture and painting offer a robust vision of the pleasures of sensuality. Her full-figured female forms celebrate their bodies with an exceptional sense of immediacy. They move, turn, gesticulate and dance; and occasionally the artist includes symbols that enhance the physicality of the works.

The spirit of joie de vivre, of course, emanates from Elizabeth’s current works. However, this spirit belies more complex understandings. For a start, her rotund and fleshy women challenge pervasive traditions for representing the female body. Unconventionally beautiful, the artist’s figures are not idealized and not the typical object of masculine notions of feminine desirability. Instead, Elizabeth explores distinct understandings of self-possession. Her women appear unfettered by social and cultural constraints as they insist on their sense of individual expressiveness.

However, this is not to say that Elizabeth ’s works do not belong to a grand tradition of visual art. In fact, her expert rendering of the human body in paint, clay and bronze is on a continuum with art historical representations of the human body in terms of naturalism; and, in particular, Baroque engagements with what it means to excite the senses in such terms. Artistic importance is usually borne of both understanding and challenging received forms and interpretations; Elizabeth knows this well and offers a great spin on her precedents.

Twitter Updates

คลังเก็บ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.